ราคาสินค้าขยับรับตรุษจีน พาณิชย์ผนึกเอกชนจัดเซตเครื่องเซ่นไหว้

“พาณิชย์” รับราคาสินค้าช่วงตรุษจีนอาจปรับขึ้นเล็กน้อยหลังได้รับผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ เล็งหารือผู้ประกอบการจัดเซตเครื่องเซ่นไหว้สินค้าราคาประหยัด เพิ่มทางเลือกประชาชน พร้อมตั้งวอร์รูม ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ อาจทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรบางส่วนเสียหาย และราคาอาจสูงขึ้นได้ เช่น เนื้อสัตว์ อย่างหมู และประชาชนในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบ จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งหารือร่วมกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าในเทศกาลตรุษจีน ดำเนินการจัดทำสินค้าเซ่นไหว้เป็นชุดขายในราคาประหยัดเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน โดยเบื้องต้นอาจจัดทำเป็นชุดขนาดเล็กแต่มีสินค้าเซ่นไหว้ที่จำเป็นอย่างครบครัน นอกจากนี้ยังสั่งการให้พาณิชย์จังหวัด การค้าภายในจังหวัด รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนมายังกระทรวง ผ่านห้องปฏิบัติ การติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า (วอร์รูม) ของกระทรวงทุกวันด้วย

“ตอนนี้ได้กำชับให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ทุกวัน โดยจะดูราคาเป็ด ไก่เป็นพิเศษในช่วงตรุษจีน ก่อนที่จะสรุปสถานการณ์ราคา อีกครั้งในช่วงสัปดาห์หน้าว่าสินค้าประเภทใดบ้าง ที่ปรับขึ้น ส่วนวันที่ 25-26 ม.ค.นี้ จะเดินทางไป ตรวจสอบราคาสินค้าที่ตลาดเยาวราช ตลาดยิ่งเจริญ และโมเดิร์นเทรด”

ด้านนางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตรุษจีนปีนี้หลายจังหวัดในภาคใต้อาจไม่คึกคักเท่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากเหตุการณ์อุทกภัย อีกทั้งการเดินทางสัญจรไปมาในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญไม่สะดวกมากนัก แม้ว่าระดับราคาสินค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในภาวะทรงตัวเป็นไปตามฤดูกาลผลิต และการตลาด แต่ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปีพบว่าสินค้าประเภทผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นบ้างตามความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น แต่สถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลให้พื้นที่เกษตรหลายแห่งได้รับผลกระทบ จึงอาจทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรบางอย่างลดลง และเมื่อผ่านพ้นเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว ราคาสินค้าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ กระทรวงยังได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดดูแล และช่วยเหลือด้านการกระจายสินค้าในแต่ละพื้นที่อย่างทั่วถึง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลน หรือการกักตุนสินค้า โดยขอให้ประชาชนจับจ่ายอย่างระมัดระวัง ควรหาข้อมูลสินค้าเปรียบเทียบราคาและคุณภาพก่อนตัดสินใจซื้อ ตามแคมเปญ “ฉลาดซื้อประหยัดใช้” เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่าย และประหยัดค่าครองชีพได้ หากพบเห็นการไม่ปิดป้ายแสดงราคาที่ชัดเจน หรือการค้ากำไรเกินควร ให้ร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 กระทรวงจะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ หากพบผิดจริงจะดำเนินการตามกฎหมาย

ด้านนายนิธิ ภัทรโชค ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ตลาดในประเทศ กลุ่มธุรกิจ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เปิดเผยว่า เอสซีจีได้ร่วมกับผู้แทนจำหน่าย ลดราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างราคาพิเศษ สูงสุดถึง 30% ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 ก.พ.นี้ ครอบคลุม 10 จังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง พัทลุง กระบี่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

ทั้งนี้ สินค้าหลักที่อยู่ในโปรแกรมช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้แก่ ปูนซีเมนต์ คอนกรีตผสมเสร็จ กระเบื้องหลังคา ฝา ฝ้า เป็นต้น โดยสามารถนำคูปองส่วนลดมาแสดงที่ร้านผู้แทนจำหน่าย และร้านค้าวัสดุก่อสร้างทั่วไปที่ร่วมรายการ เพื่อซื้อสินค้าราคาพิเศษได้ทันที ซึ่งผู้ประสบภัยสามารถไปรับคูปองดังกล่าวได้ที่ศูนย์ราชการ 400 แห่ง เช่น ที่ว่าการอำเภอ และเทศบาลตำบล ครอบคลุม 10 จังหวัดในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ

แก๊งมอดไม้ ลอบตัดพะยูงต้นสุดท้ายในป่าหมู่บ้าน

นายสุรชาติ แก้วศิลา นายอำเภออุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ รับแจ้งชาวบ้านหนองเตา ว่าเมื่อกลางดึกมีแก๊งมอดไม้ แอบเข้าไปตัดไม้พะยูงภายในป่าสาธารณะดอนปู่ตาบ้านหนองตา ได้ประสานกับ นายธีรวัฒน์ แย้มสะอาด หัวหน้าชุด ปราบปราม กรมป่าไม้ พร้อมด้วย ร้อยตรี เดชฤทธิ์ ศรีโท หัวหน้าชัดรักษาความสงบเรียบร้อย ที่ 1 จังหวัดศรีสะเกษ ร้อยตำรวจโท ชโยดม ดวงอาจ รองสารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย และ นายวิบูลย์ แก้ววรรณา ปลัดป้องกัน อ.อุทุมพรพิสัย ได้เข้าไปตรวจสอบจากการตรวจสอบ พบไม้พะยูงขนาด เส้นรอบวง 197 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 57 เซนติเมตร ความยาวถูกตัดออกเป็นท่อนๆ แล้ว จำนวน 7 ท่อนๆ ละ 2.70 เมตร อายุกว่าร้อยปี พร้อมเลื่อยยนต์ 1 คัน รถยนต์

ที่ใช้ทะเบียนปลอมแปลง และมีป้ายทะเบียนสำรองไว้เพื่อการหลบหนีเจ้าหน้าที่ หากมีการติดตาม จำนวน 3 ป้าย เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไว้เพื่อดำเนินการสอบสวนนำเนินคดีกับผู้กระทำผิด นายสมหมาย เทียรคา ส.อบต.บ้านหนองเตา เล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ชาวบ้านที่ออกมาหาหนู หาจิ้งหรีดได้ยินเสียงเลื่อยยนต์ ดังออกมาจากป่าสาธารณะดอนปู่ตาบ้านหนองเตา ที่มีพื้นที่ราว 2 ไร่เศษ เมื่อชาวบ้านเข้าไปมาดูพบว่า มีกลุ่มคน 7–8 คน นำรถยนต์มาจอดรอ และกำลังตัดต้นพะยูง ที่เหลืออยู่เพียงต้นเดียวในป่าแห่งนี้ ล้มลง และกำลังตัดออกเป็นท่อนๆ จึงได้เปิดหอกระจายข่าว ประกาศให้ชาวบ้านได้ทราบ และนำไฟส่องสว่างมาขับไล่ หลังจากที่ชาวบ้านออกมาจำนวนมาก

แก๊งมอดไม้ทิ้งรถยนต์ และเครื่องมือวิ่งหลบหนีไปกับความมืด จากนั้นชาวบ้านได้ร่วมกันตั้งเวรยามนอนเฝ้าไม้พะยูงที่ถูกตัดล้มลงมาแล้วทั้งคืน เพราะหวั่นว่า จะหวนกลับมาขนเอาไม้พะยูงไป พร้อมแจ้งนายอำเภอ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจยึด ขนกลับรักษาไว้ขณะที่ชาวบ้านหนองเตา ที่พบเห็นไม้พะยูงขนาดใหญ่ อายุราว 100 ปีเศษ ล้นอยู่ในป่าดอนปู่ตา ต่างพากันสาปแช่ง แก๊งมอดไม้ ด้วยความโมโห และเสียดายต้นพะยูง สมบัติของชุมชนหมู่บ้านหนองตา ที่เหลือเพียงต้นเดียว ต้นสุดท้าย เพื่อที่จะไว้ให้เยาวชน ลูกหลานได้ศึกษา ได้ดู แต่ต่อนี้ไปไม่มีอีกแล้ว ซึ่งเมื่อก่อนมีพะยูงนับร้อยๆ ต้น บนพื้นที่ป่าแห่งนี้ แต่ต้องมาถูกลักลอบตัดไปจนหมด

ด้ายข่าวสารจาก กรุงเทพธุรกิจ

กรุงเทพโพลล์หนุน ‘ประยุทธ์’ เป็นนายกฯ

กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง คะแนนนิยมพรรคการเมืองไทย ปี 2560″ โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,216 คน พบว่า คะแนนนิยมพรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่ร้อยละ 17.5 (เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจเมื่อเดือนกันยายน 2559 ร้อยละ 0.6)

รองลงมาคือพรรคเพื่อไทยที่มีคะแนนนิยมอยู่ที่ร้อยละ 15.7 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4) พรรคชาติไทยพัฒนามีคะแนนนิยมอยู่ที่ร้อยละ 1.9 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7) พรรครักประเทศไทยมีคะแนนนิยมอยู่ที่ร้อยละ 1.4 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5) และพรรคพลังชลมีคะแนนนิยมอยู่ที่ร้อยละ 0.4 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1)เมื่อถามว่า

หากวันนี้ มีสิทธิออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ท่านจะออกเสียงสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่” พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 61.8 ระบุว่าจะ “สนับสนุน” (เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ร้อยละ 3.2) ขณะที่ร้อยละ 17.9 ระบุว่าจะ ไม่สนับสนุน” ส่วนที่เหลือร้อยละ 20.3 งดออกเสียง

ด้ายข่าวสารจาก กรุงเทพธุรกิจ

‘เฟอร์กี้’ ร่วมยินดี ‘รูนีย์’ ทำสถิติยิงประตูสูงสุดผีแดง

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตกุนซือทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แสดงความยินดีกับ เวย์น รูนีย์ ที่ทำลายสถิติยิงประตูมากที่สุดของปิศาจแดงได้เป็นที่เรียบร้อยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 21 ม.ค. ว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีม ปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แสดงความยินดีกับ เวย์น รูนีย์ ที่ทำลายสถิติยิงประตูมากที่สุดของปิศาจแดงได้เป็นที่เรียบร้อยรูนีย์ ซัดฟรีคิกสุดสวยในนาทีที่ 90+4 ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเสมอ สโต๊ก ซิตี้ 1-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้เขายิงให้ปิศาจแดงไปแล้ว 250 ประตู ทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรที่ เซอร์ บ็อบบี ชาร์ลตัน เคยทำไว้ 249 ประตูเป็นที่เรียบร้อยผมขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งที่ รูนีย์ ก้าวมาถึงจุดนี้

เขาทำประตูได้มากมาย และเขาทำลายสถิติที่อยู่มานานกว่า 40 ปีได้ เวย์น สมควรทุกประการที่จะได้รับการจารึกอยู่ในประวติศาสตร์ของสโมสรที่ยิ่งใหญ่นี้ และผมแน่ใจว่าเขาจะยิงประตูได้อีกเพียบเลย ยอดเยี่ยมเลยรูนีย์ ผมยินดีอย่างยิ่งสำหรับคุณ คุณเป็นคนที่ยอดเยี่ยมสำหรับสโมสรแห่งนี้ทั้งในตอนนี้อาจในระยะยาว เฟอร์กูสัน ก่ลาว

ตร.ปส.บุกค้นบ้านเครือข่าย ‘ไซซะนะ’ ย่านปทุมธานี พบเพียงกระเป๋าเสื้อผ้า

ตร.ปส.นำกำลังเข้าบุกค้นบ้านเครือข่าย “ไซซะนะ” ราชายาเสพติดจากลาว ย่านธัญบุรี ปทุมธานี พบเพียงผู้อยู่อาศัย กระเป๋าเสื้อผ้าหลายใบ และสมุดบัญชี จนท.จึงเชิญตัวเจ้าบ้านไปสอบปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่เมื่อเวลา 05.30 น.

วันที่ 20 ม.ค. 60 พ.ต.ท.จิรพงศ์ รุจิรดำรงชัย รอง ผกก.1 บก.ปส.2 พร้อมกำลังบช.ปส.ตร.ภ.1 นำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 15/2560 ลงวันที่ 19 ม.ค. 60 เพื่อเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 69/476 หมู่ 3 หมู่บ้านฟ้ารังสิต ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงก็แสดงตัว โดยมี นายอดุลย์ ทรัพยา อายุ 27 ปี ออกมารับเป็นเจ้าบ้านจากการตรวจค้น พบมีบุคคลพักอาศัยอยู่เป็นผู้ใหญ่ 3 คน เด็ก 3 คน ห้องพักชั้น 1 และชั้นที่ 2 ฝั่งทิศเหนือถูกล็อกกุญแจ เจ้าหน้าที่ต้องใช้คีมตัดแม่กุญแจและเข้าไปตรวจสอบ

โดยพบกระเป๋าเสื้อผ้าจำนวนหลายใบ ภายในมีเสื้อผ้าพับเก็บไว้อย่างดีจำนวนมาก โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใด นอกจากนี้ ภายในห้องนอนยังพบสมุดบัญชีต่างๆ จำนวน 8 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบพ.ต.ท.จิรพงศ์ เผยว่า การเข้าตรวจค้นในวันนี้เพราะจากการขยายผล พบว่าบุคคลในบ้านบางส่วนในบ้านหลังดังกล่าว มีการเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดของ นายไซซะนะ แก้วพิมพา อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่จับกุมได้วานนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวเจ้าของบ้านไปสอบปากคำต่อที่ บช.ปส

มีสาเหตุ! ‘ตราหมี’ อาจยอมปล่อย ‘กรีซมันน์’ ซบผีแดง

ทีม “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด อาจจำใจต้องปล่อยตัว อองตวน กรีซมันน์ ดาวยิงตัวเก่ง ไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อนำเงินไปช่วยโปะค่าสร้างสนามเหย้าแห่งใหม่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 19 ม.ค. ว่า ทีม “ตราหมี”

แอตเลติโก มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน อาจจำใจต้องปล่อยตัว อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ไปร่วมทีม “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพื่อนำเงินไปช่วยโปะค่าสร้างสนามใหม่ที่ชื่อว่า “เอสตาดิโอ ลา เปย์เนตา”

สำหรับ กรีซมันน์ ถือเป็นนักเตะตัวรุกที่ดีที่สุดในโลกฟุตบอลตอนนี้ หลังซัดไป 69 ประตู จากการลงเล่น 132 เกม ให้กับแอตเลติโก มาดริด ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อปี 2014 และตกเป็นข่าวเกี่ยวโยงอย่างหนักกับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พร้อมทุ่มเงิน 100 ล้านปอนด์

คว้าตัวเขามาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ซึ่งรายงานข่าวล่าสุดจาก เดลี เทเลกราฟ ระบุว่า ทีมแอตเลติโก มาดริด อาจจำเป็นต้องปล่อยตัว กรีซมันน์ หรือนักเตะดาวดังของพวกเขาคนใดคนหนึ่งออกจากทีม เพื่อนำเงินไปใช้ในเรื่องการก่อสร้างสนามใหม่ ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

นายกฯ ทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน

นายกฯ เป็นประธานตักบาตร เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน ถวายพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน

ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี คณะรัฐมนตรี คู่สมรส คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ร่วมทำบุญตักบาตรโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีประกอบพิธีด้วยการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีลและเจริญพระพุทธมนต์ ถวายผ้าไตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป จากนั้นได้ถวายเครื่องไทยธรรมร่วมกับคณะรัฐมนตรี คู่สมรสคณะรัฐมนตรี พระสงฆ์สวดอนุโมทนา พร้อมกรวดน้ำรับพร

ประธานสงฆ์ปะพรมน้ำพระพุทธมนต์ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรสคณะรัฐมนตรี ได้เดินไปยังบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป พร้อมกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการทำบุญอุทิศถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวาระครบรอบวันสวรรคตครบรอบวันสตมวารครบ 100 วัน

ภรรยานักบินโพสต์สุดซึ้ง พี่แอร์เป็นเทวดาของอ๋อตลอดไป

จากกรณีเครื่องบินขับไล่กริพเพนตก ขณะบินโชว์ในวันเด็กแห่งชาติเมื่อวัน 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่กองบิน 56 จ.สงขลา ทำให้นักบินคือ น.ต.ดิลกฤทธิ์ ปัถวี หรือผู้พันแอร์เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผู้สื่อข่าว เดลินวส์ออนไลน์ รายงานว่า โลกออนไลน์เกิดกระแสการแชร์ภาพพร้อมข้อความจาก นางเสาวพัส ปัถวี หรืออ๋อ ภรรยาของ น.ต.ดิลกฤทธิ์ ที่ได้โพสต์ภาพคู่ของ นางเสาวพัสและผู้พันแอร์ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าอ๋อภูมิใจที่ได้เป็นภรรยาพี่แอร์ พี่แอร์เป็นเทวดาของอ๋อ อ๋อรู้ว่าพี่แอร์จะคอยดูแลและปกป้องอ๋อตลอดไป รักพี่แอร์สุดหัวใจ #MyAir

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้วันที่ 15 ม.ค. ภรรยาของผู้พันแอร์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นกันว่าขอบคุณทุกความห่วงใยที่ส่งให้อ๋อนะคะ ขอโทษที่อ๋อยังไม่พร้อมจะคุยกับใครนะคะ อย่างไรก็ตาม

หลังจากที่ นางเสาวพัส ได้โพสต์ข้อความทั้งสองโพสต์ไปแล้วนั้น ต่างมีชาวโซเชียลมีเดียเข้ามากดไลค์และคอมเม้นท์ให้กำลังใจภรรยาของ น.ต.ดิลกฤทธิ์ พร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก.

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @Aorekung Saowaros

‘มันตายหรือยัง?’แม่วัยโจ๋ตะโกนถาม หลังทำร้ายลูกโคม่า

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เข้าติดตามความคืบหน้าคดีที่ สน.บุปผาราม หลังหนูน้อยวัย 5 เดือน ถูกทำร้ายจนเลือดคั่งในสมองและกะโหลกร้าว อาการโคม่า คาดอาจเป็นฝีมือแม่วัยโจ๋ ขณะที่ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นำตัว น.ส.รุ่ง (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี เข้าพบ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.พิทักษ์ ปัญญาพร ผกก.สน.บุปผาราม เพื่อติดตามความคืบหน้า หลังจากเมื่อวันที่ 13 ม.ค. ได้เข้าแจ้งความว่า ด.ญ.พี (นามสมมุติ) หลานสาวอายุ 5 เดือน ได้ถูก น.ส.จอย (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ผู้เป็นแม่ ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซีอยู่ รพ.ศิริราช

โดย น.ส.รุ่ง กล่าวว่า ตนทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่ รพ.ศิริราช ส่วนลูกชายชื่อ นายโต้ง (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ทำงานเป็น รปภ. และได้คบหากับ น.ส.จอย จนกระทั่ง น.ส.จอย ตั้งครรภ์ และคลอดลูกสาวออกมา 1 คน คือ ด.ญ.พี จึงได้ให้ทั้งคู่มาอยู่ด้วยกันที่บ้านเช่าของตนย่านเขตคลองสาน กระทั่งเมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนและลูกชายต่างก็ต้องออกไปทำงาน เมื่อกลับบ้านก็พบว่า ด.ญ.พี มีร่องรอยเขียวช้ำที่ปากคล้ายโดนกระแทกอย่างแรง ตอนนั้นลูกชายตนคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ จนช่วงเย็นวันที่ 10 ม.ค. น.ส.จอย ได้ชวนลูกชายตนไปนอนค้างที่บ้านพ่อกับแม่ ย่านซอยจรัญสนิทวงศ์ โดยพา ด.ญ.พี ไปด้วย จนตนมาทราบข่าวเมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 ม.ค. ว่า ด.ญ.พี ถูกส่งตัวไปผ่าตัดด่วนที่ รพ.ศิริราช

น.ส.รุ่ง กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ตนพยายามสอบถามเรื่องราวกับลูกชาย ก็ได้ความว่า ระหว่างที่ไปนอนค้างที่บ้านพ่อแม่ของ น.ส.จอย ช่วงกลางดึกขณะที่นอนหลับอยู่ จู่ๆ ด.ญ.พี ได้ร้องไห้ไม่หยุด เมื่อสอบถาม น.ส.จอย ก็อ้างว่า ด.ญ.พี ตกรถเข็นเด็กศีรษะฟาดพื้น จึงรีบนำตัวส่งโรงพนาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน ก็พบว่ามีอาการเลือดคั่งในสมอง จึงส่งตัวไปผ่าตัดที่ รพ.ศิริราช ในช่วงสายวันเดียวกัน โดย ด.ญ.พี มีอาการกะโหลกร้าว เลือดคั่งในสมอง 2 จุด ซ้ำยังมีอาการตาบวม ตามร่างกายเขียวช้ำ และมีรอยเล็บจิกอีกด้วย ซึ่งหลังจากที่ ด.ญ.พี ผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาการก็ยังไม่ดีขึ้น นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่ห้องไอซียู ล่าสุดวันนี้แพทย์บอกให้ทำใจ เพราะหัวใจ ด.ญ.พี เต้นแผ่วลง เริ่มมีอาการไตวาย และม่านตาปิด ส่วน น.ส.จอย นั้นยังคงอ้ำอึ้ง และย้ายออกจากบ้านเช่าตนไปอยู่กับพ่อแม่ที่ซอยจรัญสนิทวงศ์

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา น.ส.จอย มีพฤติกรรมทำร้ายลูกอยู่เสมอ และเมื่อช่วงสายวันที่ 9 ม.ค. มีพยานระบุว่า ได้ยินเสียง น.ส.จอย ทำร้ายทุบตี ด.ญ.พี ที่สำคัญยังได้ยินเสียงคล้าย น.ส.จอย เอาสิ่งของขนาดใหญ่ทุ่มใส่พื้นบ้าน พยานจึงรีบวิ่งเข้ามาช่วยเหลือ และพบสภาพ ด.ญ.พี มีเลือดออกที่ปาก พอพยานอุ้มตัวออกมา น.ส.จอย ยังตะโกนถามไล่หลังด้วยว่า มันตายหรือยัง?

ต่อมา พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ผบก.น.8 ได้นำกำลังตำรวจ สน.บุปผาราม พร้อมด้วย นางปวีณา หงสกุล ได้เดินทางไปที่บ้านเช่าของ น.ส.รุ่ง ซึ่งเป็นห้องแถวปลูกสร้างด้วยไม้ สูง 2 ชั้น กว้าง 6 คูหา เพื่อทำการชี้จุดเกิดเหตุเพื่อรวบรวมไว้เป็นสำนวนคดี ก่อนที่ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ จะเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน เร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุด และจะรอดูอาการของ ด.ญ.พี ด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ยืนยันว่าในเรื่องนี้ทางตำรวจให้ความสำคัญมากอยู่แล้ว เนื่องจากประเทศไทยมีกฎหมายคุ้มครองเด็กที่เฉียบขาด

ตัวละครลับ! แฉ ‘หงส์แดง’ สนคว้า ‘เบราร์ดี’ เดือนนี้

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ตกเป็นข่าว ให้ความสนใจคว้าตัว โดเมนิโก เบราร์ดี ดาวยิงของทีมซัสซูโอโล มาสู่ถิ่นแอนฟิลด์ ในเดือนนี้

สำนักข่าวต่างประะเทศรายงานวันที่ 16 ม.ค. ว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้ความสนใจคว้าตัว โดเมนิโก เบราร์ดี กองหน้าของทีมซัสซูโอโล สโมสรในศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี มาสู่ถิ่นแอนฟิลด์ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะเดือนนี้

เบราร์ดี วัย 22 ปี ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจนับตั้งแต่ย้ายมาจากทีมยูเวนตุส และตกเป็นข่าวกับบรรดาสโมสรใหญ่ในยุโรปในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งรายงานข่าวล่าสุดจาก กัสเซตต้า ดิ โมเดนา สื่อในอิตาลี ระบุว่า ลิเวอร์พูล ได้เข้าร่วววงในการแย่งคว้าตัว เบราร์ดี กับทีมอินเตอร์ มิลาน และ ยูเวนตุส โดยสื่อดังกล่าวเชื่อว่า เยอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลต้องการเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุก

ทั้งนี้ ยูเวนตุส มีออปชั่นที่สามารถซื้อตัว เบราร์ดี กลับมาร่วมทีมอีกครั้งเป็นทีมแรก ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ แต่เป็นที่เชื่อกันว่า ยูเวนตุส ไม่น่าจะเลือกใช้ออปชั่นนี้ เพราะตอนนี้ทีมมีกองหน้าให้ใช้งานเพียงพอแล้ว