ข่าวดาราไทย บันเทิง

“หนุ่ม กะลา” ให้ศาลจัดการละเมิดเพลง “ยาม”

“หนุ่ม กะลา” ณพสิน แสงสุวรรณ เปิดใจคดีถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์เพลง “ยาม” ของวง “ลาบานูน” ไกล่เกลี่ยไม่ลงตัว เหตุค่าเสียหายแพงมหาศาล

กลายเป็นเรื่องราวต่อเนื่อง เมื่อ บริษัทจัดเก็บลิขสิทธิ์เพลง เพ็ชรเมโทร จำกัด ฟ้อง หนุ่ม กะลา ในความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าด้วยการเผยแพร่ภาพและเสียงต่อสาธารณะชน ซึ่งงานดนตรีกรรมหรือโสตทัศนวัสดุโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยการนำเพลง “ยาม” ของวง “ลาบานูน” ไปร้อง

ล่าสุด “หนุ่ม กะลา” เปิดห้องซ้อมคอนเสิร์ต “ช้าง มิวสิก คอนเนคชั่น พรีเซ็นท์ส มาย เนม อีส หนุ่ม กะลา คอนเสิร์ต 19 ปีที่รอ #ไม่มาก็คิดถึง” คอนเสิร์ตที่จะมีขึ้นในวันที่ 19-20 พ.ค.นี้ ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ให้สื่อมวลชนได้เก็บภาพการซ้อม โดยนักร้องหนุ่มได้เผยถึงคดีความดังกล่าวว่า

“กำลังอยู่ในช่วงที่เดินทางกันอย่างสนุกสนาน เพราะที่ผ่านมาก่อนจะซ้อมคอนเสิร์ตใหญ่ก็เดินทางกันอย่างหนักหน่วงมาก อย่างวันนี้ก่อนที่จะมา ผมก็มาล่าช้า ต้องขออภัย เพราะว่าต้องไปโรงพักมา จากนี้ที่เหลือก็เป็นขั้นตอนของการทางอัยการ และขั้นตอนของศาล ตอนนี้ที่กังวลคือเรื่องการเดินทาง เพราะคิวจากนี้ไปจนปลายปี แน่นเอี๊ยดมาก มันยังต้องขึ้นศาล เพราะไม่สามารถจิ้มลงไปได้ว่า ผมว่างวันนี้ ผมขอไปวันนี้ มันเลื่อนได้ ก็เลื่อนได้แค่ครั้งเดียว กลัวศาลจะนัดไปเจอแมทท์ที่เราเล่นคอนเสิร์ตไกลๆ ถ้าเกิดผมขึ้นศาลภูเก็ต แต่ผมเล่นเชียงใหม่ ก็เรียบร้อยเลย

ถามว่าหมดทางที่จะไกล่เกลี่ยแล้วหรือเปล่า จริงๆ ผมไกล่เกลี่ยมาตลอดเวลา เรามีการคุยและเจรจามาตลอด มีผู้ใหญ่ของเราเข้าไปเจรจาอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้เงียบไปเลย แต่มันก็เหมือนยังหาตรงกลางไม่ได้ เมื่อมันคุยตรงกลางไม่ได้ ก็ให้เป็นเรื่องของศาลดีกว่า เพราะผมก็ยอมรับผิดตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่าผมผิด”

ติดขัดเรื่องอะไรถึงไกล่เกลี่ยกันไม่ลงตัว

“ยังหาตรงกลางไม่ได้ มันอาจจะเป็นเรื่องของค่าเสียหาย ซึ่งมันก็เป็นจำนวนที่มหาศาลสุดขีด ส่วนตัวผมเองยอมรับผิด และผมก็คิดว่าถ้าจะปรับผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็ควรเป็นไปตามเรท หรือขั้นตอนของการกระบวนการทางกฎหมายดีกว่า ผมเองยินยอมที่จะเยียวยาให้

มูลค่ามันมากขนาดไหน 10 ล้านบาทขึ้นไปไหม

“จริงๆ ก็แพง เอาเป็นว่าร้องเพลงทั้งปี ยังไม่ได้ครึ่งกับที่ต้องจ่ายเลย (9หลัก = 100 ล้าน) ไม่ถึง แต่สูงมาก (หัวเราะ) ในส่วนของค่ายก็ช่วยดูแลตลอด เพราะกรณีของผม ก็อย่างที่บอกว่าผมทำผิดจริง แต่ผมทำไปด้วยความไม่รู้ สัญญาณที่ส่งลงมาว่าเล่นไม่ได้ ผมไม่ได้รับข่าวสารนั้น ผมก็ยอมรับผิดนั้นอยู่แล้ว ถ้าเขาจะเมตตาให้มันน้อยกว่านี้หน่อย”

อุทาหรณ์ครั้งนี้ เป็นบทเรียนที่หนักเหมือนกัน

“ถ้าถามว่าเข็ดไหม ก็เข็ดกรณีของผม เป็นกรณีแรกของประเทศนะที่ฟ้องนักร้อง แล้วเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆ แบบนี้ เป็นกรณีแรกๆ สำหรับผมกับพี่ๆ บิ๊กแอส มันเป็นกรณีแรกที่เราทุกคนก็ต้องหาทางออกร่วมกัน เพราะว่าไม่มีใครมาบอกว่ามันต้องเดินแบบนี้ ทำแบบนี้ เพราะมันเกิดครั้งแรกไง มันก็เลยค่อยๆ แก้กันไป ส่วนของผมผิดก็คือผิด ถ้าเกิดยังคุยไม่ได้ หาตรงกลางไม่ได้ ก็ต้องใช้กระบวนการศาล”


ขอบคุณที่มา : Komchadluek